Menu

อยากเสริมคาง ให้สวยต้องรู้อะไรบ้าง อ่านก่อนทำปังชัวร์

April 4, 2019 0 Comment

เปรียบเทียบก่อนหลัง เสริมคาง

การทำศัลยกรรมรูปหน้ามีมากมายหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายจุดที่สาวๆ หลายคนให้ความนิยมในการทำศัลยกรรม และอีกหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ การทำศัลยกรรมคาง เพราะนี่คือจุดที่จะทำให้สาวๆ มีใบหน้าเรียวยาวมากยิ่งขึ้น ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้ใบหน้าเราดูสมดุลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือ คางเบี้ยว ยังสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยเสริมคาง ให้มีความสมดุลเข้ากับใบหน้าเราได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย และแน่นอนว่าในยุคนี้ เป็นยุคแห่งเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการแพทย์ และการศัลยกรรมที่มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก จึงทำให้การทำศัลยกรรมเสริมคาง สามารถทำได้ง่ายมากกว่าสมัยก่อนทั้งนี้เราจะต้องเลือกสถานพยาบาล ที่มีความน่าเชื่อถือและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยด้วย

ก่อนที่จะเสริมคางให้สวยมีสิ่งที่เราจะต้องรู้คือ การศัลยกรรมเสริมคางตามโรงพยาบาลหรือคลินิกทั่วไปมีวิธีการทำ 2 วิธี นั่นก็คือการฉีดไขมันที่คาง หรือการฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ค่อนข้างได้รับความนิยมถึงแม้ว่าจะมีข้อเสียคือไม่คงทนอยู่ไม่ถาวร เนื่องจากไขมันและฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายไปภายใน 3 ถึง 5 ปีและอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ก็คือ การเสริมคางโดยการใช้ซิลิโคน ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการผ่าตัดเล็ก และใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับการเสริมจมูกมาปรับ และเหลาให้เกิดความเหมาะสม จากนั้นจึงนำมาใส่ที่บริเวณคางซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนเรายังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ

วิธีการผ่าตัดเสริมคางแผลใน แผลนอก คืออะไร ต่างกันอย่างไร

1. เสริมคางแผลนอก

โดยการใช้ซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คางความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์ จะสามารถปรับรูปคลังได้หลายองศาและวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงแพทย์จะยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คาง เพื่อลดโอกาสที่คางจะบิดเบี้ยวและเอียงได้

ข้อดีของการเสริมคางแบบเปิดแผลนอกนี้ จะทำให้แพทย์ทำงานง่ายและเราก็ดูแลง่าย พักฟื้นไม่นาน แต่อาจจะทำให้มีข้อเสียเล็กน้อย คืออาจจะมองเห็นแผล หรือรอยแผลเป็น ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนรอยแผลนั้นจึงจะจางหายไป

2. เสริมคางแผลใน

โดยการใช้ซิลิโคน เป็นการเปิดแผลด้านในตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่างให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตรหรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคนจากนั้นแพทย์ก็จะทำการผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจัดวางซิลิโคนเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ แล้วเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

วิธีการที่ 2 นี้เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากกว่าวิธีการแรกเพราะไม่เห็นรอยแผลจากการผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่เป็นคีลอย อีกด้วย แต่ข้อเสียคือหลังการผ่าตัดเราจำเป็นที่จะต้องดูแลแผลเป็นพิเศษเนื่องจากอาจจะเกิดการติดเชื้อได้ง่ายค่ะ

นอกจากนี้ยังมีวิธีการเสริมคาง ด้วยการเลื่อนกระดูกคางของตัวเอง เป็นวิธีที่คนไทยและเกาหลีกำลังให้ความนิยมเป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องใส่ซิลิโคนหรือฉีดสิ่งแปลกปลอมอะไรทั้งสิ้บนใบหน้าของเรา นั่นจึงทำให้วิธีนี้เป็นวิธีทีปลอดภัยในระยะยาวที่สุด อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ยังถาวรอีกด้วย แต่ก็ต้องแรกมาด้วยค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมที่ค่อนข้างสูงกว่าการฉีดและการใส่ซิลิโคน แต่ถ้ามองกันระยะยาว สาวๆที่อยากทำคาง ให้มีความธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดในปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้นการเลื่อนคางด้วยกระดูกตัวเองแล้วล่ะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *